ราศีตุล บททดสอบบุพเพสันนิวาสที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม
ราศีตุล
หากจะกล่าวถึงกลุ่มคนที่มีความรักในสุนทรียภาพและความกลมกลืนขั้นสูงสุด คงหนีไม่พ้นยอดขุนพลธาตุลมกลุ่มนี้เป็นแน่แท้ ในยามปกติที่ใช้ชีวิตอยู่บนความโสดและสันโดษ มักจะนำเสนอภาพลักษณ์ของการเป็นนักการทูตผู้ชาญฉลาด เป็นตัวมารดาและตัวบิดาของแทร่ในเรื่องของการรักษาสมดุลให้กับทุกสรรพสิ่งรอบกาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงาน การคบหาสมาคม หรือการจัดวางสิ่งของในบ้านเรือน มักจะสวมบทบาทเป็นกรรมการผู้ตัดสินที่คอยไกล่เกลี่ยทุกความขัดแย้ง รักสันติประดุจผู้บำเพ็ญตบะบนยอดเขา และมักจะสร้างภาพลักษณ์อันแสนจะไร้ที่ติ งดงาม และสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ ราวกับภาพวาดศิลปะชั้นครูที่ถูกจัดวางไว้ในกรอบทองคำอันล้ำค่า
ทว่าเมื่อกามเทพแผลงศรเข้ากลางดวงใจ และเข็มทิศแห่งโชคชะตาได้นำพาให้มาพบพานกับบุคคลที่ถูกลิขิตมาให้เป็นเนื้อคู่ประตูนอกแล้วล่ะก็ ปฏิกิริยาตอบสนองที่เกิดขึ้นนั้นกลับไม่ใช่อาการกระโดดโลดเต้นดีใจ หรือการวิ่งป่าวประกาศให้โลกรับรู้เหมือนที่กลุ่มดาวอื่นๆ เขานิยมทำกัน สิ่งแรกที่จะปรากฏให้เห็นประดุจปาฏิหาริย์ก็คือ อาการชะงักงัน สตั๊นไปชั่วขณะ หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่าอาการเสียอาการไปไม่เป็นนั่นเองครับท่านผู้ชม เหมือนกับนักยิมนาสติกที่กำลังเดินทรงตัวอยู่บนคานไม้แคบๆ แล้วจู่ๆ ก็มีลมพัดมากระแทกจนเสียการทรงตัวไปดื้อๆ
สัญชาตญาณแห่งความตกตะลึงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความหวาดกลัวหรือความไม่พึงพอใจแต่อย่างใด ทว่ามันเกิดจากการตระหนักรู้ถึงสัจธรรมอันลึกซึ้งบางประการ ทราบดีว่าบนโลกใบนี้ การค้นหาคนที่ศีลเสมอกันนั้นเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ความจริงที่แฝงมาพร้อมกับเนื้อคู่คนนี้ก็คือ การปรากฏตัวของคนรักเปรียบเสมือนการนำกระจกเงาบานใหญ่ที่มีความคมชัดระดับสูงสุดมาวางตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า และกระจกบานนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงแค่ภาพลักษณ์ภายนอกอันงดงามที่ถูกปรุงแต่งมาอย่างดีเท่านั้น แต่มันกลับสะท้อนลึกลงไปถึงแก่นแท้ของจิตวิญญาณ สะท้อนให้เห็นถึงข้อบกพร่อง รอยตำหนิ และความไม่สมบูรณ์แบบที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิดมาเนิ่นนาน
เมื่อได้สบตากับคนของใจ สายตาดวงนั้นจะทำหน้าที่เป็นเลนส์ขยายที่ส่องทะลุเข้าไปถึงมุมมืดในหัวใจ ทำให้ต้องเผชิญหน้ากับความลังเลใจ ความกลัวการเผชิญหน้า หรือความพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้ทุกคนพอใจจนลืมความต้องการของตนเอง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นจุดอ่อนที่พยายามกวาดซุกไว้ใต้พรมมาตลอดชีวิต การได้เห็นเงาสะท้อนของตนเองผ่านการกระทำและความคิดของคนรัก จึงเป็นประสบการณ์ที่ชวนให้รู้สึกสั่นคลอนและปั่นป่วนในช่องท้องอย่างรุนแรง ราวกับการได้ดื่มน้ำผลไม้รวมที่มีรสชาติแปลกประหลาดจนคาดเดาส่วนผสมไม่ได้ เป็นความรู้สึกที่ทั้งตื่นเต้นและหวาดหวั่นในคราวเดียวกัน
อาการสะดุดและเสียทรงในช่วงแรกนี้ อาจจะทำให้คนรอบข้างรู้สึกงุนงงและสับสน นึกคิดไปเองว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้อาจจะไปไม่รอด หรือมีอุปสรรคขวากหนามขวางกั้นอยู่ แต่หารู้ไม่ว่า ภายใต้ใบหน้าที่ดูเรียบเฉยและท่าทีที่ดูเหมือนกำลังถอยร่นนั้น ภายในสมองกำลังประมวลผลข้อมูลอย่างหนักหน่วง กำลังพยายามปรับจูนคลื่นความถี่และรักษาสมดุลของตาชั่งที่กำลังแกว่งไกวอย่างรุนแรงให้กลับมาตั้งตรงอีกครั้ง ต้องอาศัยการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นั่งจิบชาสมุนไพรเพื่อสงบสติอารมณ์ และพิจารณาภาพสะท้อนในกระจกบานนั้นด้วยใจที่เป็นธรรมที่สุด
และเมื่อช่วงเวลาแห่งความตื่นตระหนกได้พัดผ่านไป ประดุจพายุฝนที่ทิ้งไว้เพียงท้องฟ้าอันสดใส ความจริงอันแสนงดงามก็จะปรากฏขึ้นตรงหน้า เมื่อก้าวข้ามกำแพงแห่งความตกตะลึงไปได้ จะเกิดการรู้แจ้งเห็นจริงและตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่า ข้อบกพร่องที่มองเห็นนั้นไม่ใช่สิ่งเลวร้ายหรือบาดแผลที่ต้องปกปิดอีกต่อไป แต่มันคือโอกาสทองอันล้ำค่า โอกาสที่สวรรค์ประทานมาให้คนสองคนได้จับมือกันเพื่อเรียนรู้ พัฒนา และก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองไปพร้อมๆ กัน
การมีคนรักที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดอ่อน ไม่ได้แปลว่าโลกจะพังทลาย แต่มันหมายถึงการค้นพบเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะช่วยกันซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ พร้อมที่จะเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหาย และคอยประคับประคองกันและกันให้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคงยิ่งขึ้น ความสัมพันธ์จะแปรเปลี่ยนจากความตื่นตระหนกกลายเป็นการประสานพลังที่ไร้ขีดจำกัด เป็นการจับมือกันเพื่อสร้างสรรค์ความสมดุลรูปแบบใหม่ที่งดงามและแข็งแกร่งกว่าเดิม ประหนึ่งการนำโลหะสองชนิดมาหลอมรวมกันจนเกิดเป็นโลหะผสมที่ทรงพลังและไม่มีวันแตกหัก
จากที่เคยมองหาสมบูรณ์แบบเพียงลำพัง บัดนี้เป้าหมายได้เปลี่ยนไปสู่การสร้างความสมบูรณ์แบบร่วมกัน ยอมรับที่จะเปิดความอ่อนแอและรอยตำหนิให้คนรักได้เห็น เพราะตระหนักดีแล้วว่า นี่คือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่ความรักที่แท้จริงและยั่งยืน การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตนเองอย่างกล้าหาญที่สุด เป็นการทุบทำลายกำแพงแห่งความสมบูรณ์แบบจอมปลอมทิ้งไป เพื่อหลีกทางให้กับความรักที่จับต้องได้และมีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง
และที่สำคัญที่สุด กระผมขอประกาศแจ้งให้ทราบถึงบรรดาผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเนื้อคู่ของยอดขุนพลธาตุลมกลุ่มนี้ ขอให้คุณพี่รับรู้ไว้เลยว่า หากในวันแรกที่พบกัน คุณพี่สัมผัสได้ถึงอาการนิ่งอึ้งหรือท่าทีที่ดูเหมือนจะถอยห่าง จงอย่าเพิ่งถอดใจหรือตีความไปในทางที่ผิดเด็ดขาด เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนว่า คุณพี่ได้ก้าวล้ำทะลวงเข้าไปถึงใจกลางความรู้สึกของคนผู้นี้แล้ว ขอเพียงแค่คุณพี่ให้เวลา ให้พื้นที่ และคอยยืนเคียงข้างด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง ไม่นานนัก ตาชั่งแห่งความรักที่เคยแกว่งไกวก็จะกลับมาตั้งตรง และพร้อมที่จะโอบกอดคุณพี่ไว้ด้วยความรักที่กลมกล่อมและสมดุลที่สุดเท่าที่คุณพี่จะเคยพานพบมาในชีวิต ของมันต้องมีเวลาปรับตัวกันบ้างครับคุณพี่ เพื่อบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความผูกพันนี้ให้หยั่งรากลึกลงไปตราบนานเท่านาน
การแสดงออกถึงความรักในรูปแบบของการยอมรับข้อบกพร่องและพร้อมที่จะเติบโตไปพร้อมกันนี้ ถือเป็นมนตร์เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยที่ผู้คนมักจะคาดหวังความสมบูรณ์แบบจากผู้อื่น ทว่าสำหรับขุนพลผู้รักสันติกลุ่มนี้ เมื่อตัดสินใจเลือกแล้วว่าจะมอบหัวใจไว้ที่ใคร ก็พร้อมที่จะยืนหยัดเผชิญหน้ากับเงาสะท้อนของตนเอง และจับมือคนรักก้าวข้ามทุกอุปสรรคไปอย่างสง่างาม ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายใดๆ ก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากกันอย่างแน่นอน นี่แหละครับคือคำจำกัดความของประโยคที่ว่า รักแท้คือการมองเห็นความไม่สมบูรณ์แบบในตัวกันและกัน แต่ก็ยังเลือกที่จะรักและเติบโตไปด้วยกันในทุกๆ วัน
- จิตวิทยาความรัก
- นิสัยตามราศี
- โหราศาสตร์
- ฮวงจุ้ย
- ราศีมังกร (15 ม.ค. - 12 ก.พ.)
- ราศีกุมภ์ (13 ก.พ. - 14 มี.ค.)
- ราศีมีน (15 มี.ค. - 12 เม.ย.)
- ราศีเมษ (13 เม.ย. - 14 พ.ค.)
- ราศีพฤษภ (15 พ.ค. - 14 มิ.ย.)
- ราศีเมถุน (15 มิ.ย. - 14 ก.ค.)
- ราศีกรกฎ (15 ก.ค. - 15 ส.ค.)
- ราศีสิงห์ (16 ส.ค. - 16 ก.ย.)
- ราศีกันย์ (17 ส.ค. - 16 ต.ค.)
- ราศีตุลย์ (17 ต.ค. - 15 พ.ย.)
- ราศีพิจิก (16 พ.ย. - 15 ธ.ค.)
- ราศีธนู (16 ธ.ค. - 14 ม.ค.)